มันไม่ใช่เรื่องฟลุก เนื่องจากว่า เบนแอสเครนหมดสภาพไปโดยปริยาย เหนือสิ่งอื่นใดเป็นการทุ่มเทของตัว เจคเอง ที่ทราบดีว่า มวยเป็นทางที่อนาคต

มันไม่ใช่เรื่องฟลุก ดังนั้น การซ้อมอย่างคลุ้มคลั่ง รักษาสภาพร่างกาย และจากนั้นก็ทำน้ำหนักตัวของเขาก็เลยไม่ต่างจากนักมวยอาชีพคนหนึ่งเลย ซึ่งในจุดนี้เอง ไม่ว่าคุณจะไม่ชอบหรือประทับใจเขา สิ่งหนึ่งที่จะจำเป็นต้องยอมรับเป็นเจคพอล จะต้องเป็นผู้ชนะในไฟต์นี้อย่างแท้จริง

รวมถึงเหนือสิ่งอื่นใดเป็น ไฟต์ระหว่างเจคพอล และก็ แอสเครน นั้นจะกลายเป็นมิติใหม่ของวงการมวย ที่พักแล้วว่า บางครั้งบางคราวไม่จำเป็นต้องเป็นนักชกมวยระดับมืออาชีพก็สามารถสร้างไฟต์ที่มีคนรอดูแล้วหลังจากนั้นก็ทำเงินได้จากทั้งยังค่าแรง

และจากนั้นก็ขายลิขสิทธิ์การเข้าชมผ่านอินเตอร์เน็ตอย่างแท้จริง ต่อจากนี้การข้ามวงการของคนที่ใครๆก็รู้จักในสายงานไหนก็สามารถมาวิเคราะห์สำหรับการชกมวยได้ ถ้าเกิดพวกเขาดังเพียงพอ ทุ่มเทเพียงพอ และก็มีคนรอดูมากพอ เพราะทั้งคู่ได้เงินค่าจ้าง บวกกับส่วนแบ่งเพย์-เพอร์-วิว รวมกันมากกว่าคนละ 1 ล้านดอลลาร์ประเทศสหรัฐอเมริกาอย่างยิ่งจริง ๆ

“ผู้ใดบอกว่าการให้ยูทูบเบอร์กลุ่มนี้มาขึ้นชกรวมถึงทำให้เกียรติบนเวทีนี้ไม่บริสุทธิ์ ผมว่าบางทีอาจจำเป็นต้องคิดกันใหม่” ไมค์ ไทสัน เริ่มเอ๋ยถึงมุมมองของเขาในยุคที่มวยต้องการอะไรมากกว่าการต่อยกันธรรมดาของนักมวย 2 คน ล็อกกระหน่ำ

“วงการมวยเป็นหนี้กลุ่มนี้ด้วย พวกนักมวย ยูทูบเบอร์ คงจะได้รับความเคารพมากกว่าที่เป็น หากเป็นไปได้จะให้สายรัดเอวแชมป์ของพวกเขาสักเส้นก็ไม่เลวนะ อย่าลืมว่าวงการมวยมันกำลังจะตายลงไปทุกหนแล้ว ตอนนี้พวกเขาเหล่านี้เข้ามาในวงการพร้อมๆกับผู้ติดตามอีก 20 ล้านคน เพียงนี้ก็มากพอแล้วที่วงการมวยจึงควรขอบพระคุณและให้ความยำเกรงพวกเขา”

นักต่อยผู้ครอบครองนามสมมุติ “มฤตยูดำ” ที่แลเห็นฟอร์มของเจคพอล ด้วยตาตัวเอง จากไฟต์ชนะ เนท โรบินสัน คู่รองของไฟต์ที่เจ้าตัวคืนสังเวียนครั้งแรกในรอบหลายสิบปี กับการเผชิญหน้า รอย โจนส์ จูเนียร์ เมื่อปี 2020 กล่าว ถัดจากนี้

ทั้งยัง เจคแล้วก็โลแกน พี่ชายของเขายังมีโปรแกรมการต่อยไว้เรียกแขกอีกเยอะแยะโลแกน คนพี่กำลังจะได้ต่อยกับ ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ ตามที่ขอความช่วยเหลือในมิ.ย. 2021 ตอนที่ เจคเองก็อาจได้สมใจคิดด้านหลังอ้างอิงประชาชนมานาน

ด้วยเหตุว่า คอเนอร์ แม็คเกรเกอร์ ที่หลงๆลืมๆในการสวมหมัดปิดนวม อาจเล็งเขาเป็นคู่ปรับในอนาคตอันใกล้ เหตุผลเรื่องเงินสำคัญที่สุดที่ทำให้ไฟต์กลุ่มนี้เกิดขึ้น ไม่มีผู้ใดถูกสงสัย

มันไม่ใช่เรื่องฟลุก

มันไม่ใช่เรื่องฟลุก สำหรับแฟนๆของ เจครวมทั้งโลแกน

มันไม่ใช่เรื่องฟลุก พวกเขาออกอาการตื่นเต้นดีใจตั้งตารอตั้งตาคอยที่จะได้มองคอนเทนต์สนุกๆครั้งใดก็ตาม 2 เครือญาติเอ่ยถึงนักต่อยที่เป็นพระเจ้าในวงการมวย รวมทั้งในขณะเดียวกัน การที่เขาเอ่ยถึงนักต่อยในทางที่ดูถูกเหยียดหยามรวมถึงติดเย้าแหย่ไปในทางแง่ลบ มันยิ่งทำให้คนในวงการมวยออกอาการหมั่นไส้

หลายๆคนคิดเห็นตรงกัน “เมื่อใดไอ้กลุ่มนี้จะเจอนักมวยจริงๆเสียท่า” เท่านั้นล่ะทุกสิ่งก็ลงล็อกจนได้เจคพอล เปิดต้นปี 2021 ด้วยการยืนยันว่าจะขึ้นชกกับ เบนแอสเครนอดีตสมัยนักสู้เอ็มเอ็มเอ ที่เคยเป็นแชมป์โลกของเบลเลเตอร์ และวัน:แชมป์เปี้ยนชิพ และก็เป็นอดีตนักมวยปลุกปล้ำดีกรีแชมป์เอ็นซีเอเอ 2 สมัย แล้วก็เคยลงแข่งขันในมหกรรมกีฬาโอลิมปิก ปี 2008

ซึ่งดีกรีของ แอสเครน นั้นทำให้หลายๆคนแน่ใจว่า ถึงเวลาแล้วที่เจคพอล จะหน้าคว่ำให้สมใจอยากกองแช่งเสียท่า “เบนแอสเครนเป็นแชมป์โลก 2 สมัย เขามีสถิติการแพ้น้อยกว่า คอเนอร์ แม็คเกรเกอร์ ด้วย” ข่าวมวย วันนี้

เจคตีโคกระทบคราดไปถึง “เกรียนไอริช” ที่แพ้สำหรับในการสู้เอ็มเอ็มเอ ถึง 5 ไฟต์ มากกว่า แอสเกรน ที่แพ้ก็แค่ 2 ไฟต์ “แม้ว่าแม้เทียบกับผมนะ บอกตรงๆผมพึ่งจะเริ่มชกมวยเมื่อ 2 ปีก่อน แต่ผมรู้สึกว่าผมเตะตูดพวกเขาได้ตั้งแต่นกกระจอกไม่ทันกินน้ำ

พวกนักต่อยเอ็มเอ็มเอ กลุ่มนี้มีความคิดว่าพวกเขาเหนือกว่าผมบ้างล่ะ รู้วิถีทางต่อยที่ถูกบ้างล่ะ พวกเขามัวแต่พูดกันว่าผมอวดเกินเบอร์ทั้งๆที่ต่อยชนะนักกีฬาบาสเกตบอลสมาคมบาสเกตบอลแห่งชาติ แต่ชั่วประเดี๋ยวรอมองเหอะ ผมจะซัดให้แลเห็นกันจะๆไปเลยว่าหากต่อยกับนักสู้ตัวจริงมันจะเป็นเยี่ยงไร 17 เดือนเมษายนนี้ เดือดแน่ ไม่ต้องกลัว ผมบอกเลย” จะไม่ให้คนอื่นหมั่นไส้ได้อย่างไร

ในเมื่อทุกประโยคจากเจคพอล นั้นเต็มไปด้วยความยะโส เสียดสี และจากนั้นก็ท้าทาย ถึงแม้ว่านี่แหละเป็นสิ่งที่เขาเจอแล้วก็ทำมาประจำ เขารู้ดีว่าผู้ชมต้องการจะแลเห็นอะไร เขาเข้าใจตลาด แล้วก็เขาสามารถเรียกความพอใจได้ในแบบที่มากกว่านักมวยอาชีพระดับแถวหน้ามาต่อยกันเสียอีก

มันไม่ใช่เรื่องฟลุก

การต่อยกับ แอสเครน เป็นไฟต์ที่หลายคนต้องการจะแลเห็นเจคพอล เป็นผู้แพ้

มันไม่ใช่เรื่องฟลุก แม้ว่าอย่างที่กล่าวถึงไปแล้ว หากแม้ แอสเครน จะมีดีกรีระดับแชมป์ แต่ว่ามันไม่ได้ง่ายที่จะเอาชนะ เจคตอนนี้ ตัดเรื่องความกวนประสาทของ เจคออกไปก่อน อย่าลืมว่าเขาเป็นผู้ชายฉกรรจ์อายุ 24 ปี ที่ทุ่มเทกับการฝึกซ้อมชกมวยล้วนๆเน้นๆมา 2 ปีเต็ม

ร่างกายของเจคพอล ดูดีตั้งแต่วันชั่งน้ำหนักแล้ว กล้ามของเขามองดูแน่น และหนักแน่นกว่า แอสเครน ที่หากแม้ทดสอบตัดดีกรีแชมป์โลกไป ก็จะพบว่าเขาออกมาจากวงการมาแทบจะ 2 ปีแล้ว โดยเจ้าตัวบอกเหตุผลว่ามีต้นเหตุที่เกิดจากอาการบาดเจ็บบริเวณบั้นเอวที่ต้องเข้ารับการผ่าตัด

และก็ 2 ปีนั้นมากพอที่จะมีผลให้สนิมเกาะจนกระทั่งไม่ว่องไวเหมือนเก่า ยิ่งเมื่อเขาอายุ 36 ปี แถมยังเป็น 36 ปี ที่ไม่ได้มีตัวที่ดียอดมายนัก เราได้แลเห็นชั้นไขมันที่มากไม่น้อยเลยทีเดียวกว่ากล้ามเนื้อ แอสเครน ขึ้นชกกับเจคพอล ในช่วงเวลาที่เขายังท้องหลามอยู่เลยด้วย

ไม่เพียงเท่านั้น เขาเป็นนักสู้ที่ไม่ใช่สายเดินหน้าออกอาวุธอยู่แล้ว เรื่องราวที่กล่าวไปก่อนหน้านี้บอกชัดว่า เจ้าตัวเป็นเทพดาที่การนอนปลุกปล้ำหรือจับซับมิชชั่นเสียมากกว่า ด้วยเหตุนี้ การมาต่อยในกติกามวยสากลทำให้ แอสเครน เสียเปรียบอย่างไม่ต้องสงสัย ผลมวยวันนี้

แล้วก็เหนือสิ่งอื่นใดเป็นถึงแม้ว่า แอสเครน จะวางมือในปี 2019 แม้ว่าเวลาที่เขาเหมาะสมที่สุดในชีวิตเป็นตอนปี 2010-2017 ที่เขาได้แชมป์โลก 2 สถาบัน แถม 2 ไฟต์ในที่สุดสำหรับเพื่อการสู้เอ็มเอ็มเอ เจ้าตัวยังแพ้แบบหน้าแตก (หนึ่งในนั้นเป็นการโดน ฮอร์เฮ มาสวิดัล เข่าลอยหลับด้วยเวลาเพียงแค่ 5 วินาที)

ด้วยเหตุนี้ ก็เลยพอเพียงจะเรียกได้ว่า เบนแอสเครนตกลงมาจากระดับเดิมที่เคยทำไว้เยอะมากๆ คนหนึ่งกำลังเดินลง และไม่น่าจะมีอะไรมากกว่าการหาเงินสักก้อนก่อนปลดเกษียณอายุจากวงการนักสู้ถาวร

ส่วนอีกคนยังหนุ่มน้อยยังแน่น อยากได้สร้างชื่อเพื่อเก็บความนิยม ความมีชื่อเสียง แล้วก็รายได้จากการขึ้นชก เท่านี้เราก็คงเพียงพอคาดหมายได้ว่าความมุ่งมั่นของข้างไหนจะมากยิ่งกว่ากัน แล้วก็มันบางครั้งก็อาจจะไม่แปลกอะไรที่เจคพอล จะเป็นผู้ชนะ